Sign in with:
Google

เปิดตัว 3 สาว ผู้อยู่เบื้องหลังทุกความรู้สึกอันละเอียดอ่อน

Updated at: 08-22-2026 12:43:08

เปิดตัว 3 สาว ผู้อยู่เบื้องหลัง

\r\n\r\n

ทุกความรู้สึกอันละเอียดอ่อนของแต่ละตัวละครใน 

\r\n\r\n

‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ 

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n


\r\n‘นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล’ 

\r\n\r\n

แอ็คติ้งโค้ชผู้นำกระบวนการเวิร์กชอป ขั้นตอนแรกของการเข้าใจตัวละคร

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

‘เอิร์ธ-รุจิษยา ทิณรัตน์’

\r\n\r\n

แอ็คติ้งโค้ชประจำกองผู้อยู่ทุกช่วงเวลาสำคัญ ทุกโมเมนต์ตัวละคร
\r\n 

\r\n\r\n

และ ‘แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน’  

\r\n\r\n

ผู้กำกับ ผู้เขียนบท และผู้ที่เข้าใจตัวละครมากที่สุด

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ทั้งสามคนเคยทำงานร่วมกันมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะในฐานะนักแสดง
\r\nหรือแอ็คติ้งโค้ชผู้อยู่เบื้องหลัง นับตั้งแต่เป็นเพื่อนร่วมคณะ วันที่แคลร์ทำหนังสั้น รวมถึงวันที่แคลร์ทำซีรีส์เรื่องแรก จึงทำให้เข้าใจสไตล์การแสดงแบบเดียวกัน จนแค่อ่านบทก็เข้าใจ
\r\n 

\r\n\r\n

และเมื่อมาเป็นทีมนักแสดงใน ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ ที่ต้องผ่านกระบวนการทำความเข้าใจตัวละครอย่างละเอียดอ่อน โดยยึดหลัก ‘รู้สึก’ ก่อนที่จะ ‘แสดง’ จนออกมาเป็นแต่ละซีนที่เรียกน้ำตาจากหลายๆ คน อย่างที่เราได้ชมกันในภาพยนตร์ เบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ตามไปดูพร้อมๆกัน…

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

“เอินเอิน กับ แฟร์รี่ ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งเกิดเป็นเคมี เป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างระหว่างกัน จนหลังๆ แทบไม่ต้องไกด์ให้เลย เป็น Magic มาก” 

\r\n\r\n

- แคลร์ ผู้กำกับ -
\r\n 

\r\n\r\n

‘แคลร์’ และ ‘เอิร์ธ’ หนึ่งในทีมแอ็คติ้งโค้ช เล่าว่า ตั้งแต่ ‘เอินเอิน’ กับ ‘แฟร์รี่’ ลองเข้าซีนด้วยกันครั้งแรกตอนแคสต์นักแสดง เคมีของทั้งคู่ก็ฉายแสง จนต้องขีดเส้นใต้ว่า ‘ต้องเป็นคู่นี้เท่านั้น’ ด้วยความที่เอินเอินมีทั้งความแกร่ง ความเข้มแข็ง แต่ก็มีจริตผู้หญิงผสมอยู่ ส่วนแฟร์รี่ก็มีความเป็นเด็ก ใสซื่อ พออยู่ด้วยกันเลยกลายเป็นเคมีที่น่าสนใจกว่าที่แคลร์คิดไว้ตอนเขียนบทเสียอีก 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เมื่อทั้งคู่ได้เข้าร่วมกระบวนการ Workshop ‘นัตตี้’ หนึ่งในทีมแอ็คติ้งโค้ช เล่าว่า สองสาวมีความเปิดกว้าง ตั้งใจรับคำแนะนำเป็นอย่างดี ตลอดช่วงพักกระบวนการก็จะมีช่วงเวลาน่ารักๆ ที่ทั้งคู่พูดคุยมุ้งมิ้ง งุ้งงิ้ง กันอยู่สองคน นั่นยิ่งทำให้เคมียิ่งน่ารักขึ้นไปอีก การทำงานกับตัวละครจึงเป็นไปได้ด้วยดี และเมื่อเริ่มถ่ายทำ ทั้งสองก็สามารถเข้าบทเป็นพี่แอนและน้องเจนได้เลย เพียงแค่ทำสมาธิด้วยกันเท่านั้น

\r\n\r\n


\r\n“วิธีการเป็นตัวละครที่เวิร์คที่สุดสำหรับสองคนนี้ อยู่ที่ว่า ณ จังหวะนั้น เขามีสมาธิแค่ไหน คือถ้าแค่มีสมาธิ แล้วอยู่ด้วยกันสองคน มันก็จะเป็นพี่แอนน้องเจนได้เลย” เอิร์ธ กล่าว 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

“ความยากคือ คาแรกเตอร์มันไกลตัวเอินเอินมาก เราจึงต้องทำมากกว่าการอธิบาย แต่ต้องพาเขาไปรู้สึกสิ่งนั้นจริงๆ ดังนั้นโจทย์คือ เราต้องพาเขาไปรู้สึกให้ได้ เท่าที่ตัวละครรู้สึก” - นัตตี้ แอ็คติ้งโค้ช -

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หนึ่งในความยากของเรื่องนี้คือ ตัวละคร ‘พี่แอน’ แตกต่างจากตัวตนของ ‘เอินเอิน’ มาก ดังนั้นขั้นตอนที่ต้องเข้มข้นที่สุดเพื่อให้ เอินเอิน ทำความเข้าใจและกลายเป็น ‘พี่แอน’ ให้ได้ คือ ช่วงการเข้าเวิร์กชอปกับ ‘นัตตี้’ โดยมี ‘เอิร์ธ’ เป็นผู้เฝ้าสังเกตและผู้ช่วยในกระบวนการด้วย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

‘นัตตี้’ และ ‘เอิร์ธ’ เล่าว่า เนื่องจากเอินเอินยังไม่เคยมีแฟน ไม่เคยต้องผ่านชีวิตที่โหดร้ายเหมือนกับพี่แอน จึงเป็นโจทย์ให้ทีมโค้ชต้องทำสุดความสามารถเพื่อใส่ความรู้สึกพี่แอนลงไปในตัวเอินเอิน โดยสร้างโลกของพี่แอนขึ้นมาเพื่อให้เอินเอินเข้าใจและคุ้นชินกับโลกและชีวิตของพี่แอน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ทั้งคู่ได้พาเอินเอินไปทำงานกับแฟลต สถานที่ถ่ายทำจริง และให้การบ้านเพื่อทำความเข้าใจ mindset รวมทั้งชีวิตตัวละคร ก่อนที่จะนำสิ่งเหล่านั้นมา improvise สถานการณ์ต่างๆ ตลอดการเวิร์กชอป เพื่อให้เอินเอินค่อยๆ ซึมซับและหลอมรวมเป็นความเข้าใจในตัวละครและเตรียมเข้าซีนในวันถ่ายทำในที่สุด

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

“สำหรับตี้แฟร์รี่เป็นนักแสดงที่ไม่เคยตั้งกับถามกับช้อยส์ของตัวละครที่ทีมกำกับเลือก เค้าพร้อมกระโจนและทำตามสัญชาตญาณ”

\r\n\r\n

- นัตตี้ แอ็คติ้งโค้ช - 

\r\n\r\n


\r\nในสายตาของ ’นัตตี้’ นั้น ‘แฟร์รี่’ นับเป็นนักแสดงที่มีคุณสมบัติความ ‘สดใหม่’ มาก ซึ่งเกิดจากการที่ไม่เคยโดนตั้งกรอบอะไรมาก่อน ไม่เคยตั้งคำถาม ไม่เคยมีประสบการณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้การแสดงของแฟร์รี่มีเสน่ห์มากๆ โมเมนต์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเข้าซีนจึงทั้งจริงใจและบริสุทธิ์ ซึ่งไม่ใช่นักแสดงทุกคนที่จะมีความพิเศษนี้ 

\r\n\r\n


\r\nก่อนมาสู่กระบวนการนี้ บท ‘เจน’ ที่แคลร์มองหา คือเด็กที่ดูทอมบอยแต่ในวันที่แฟร์รี่มาแคสต์ เธอมีความเป็นตัวของตัวเอง ใสซื่อ ไร้เดียงสา ซึ่งเหมาะกับบทเจนผู้ที่กำลังค้นหาตัวเองอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ตัวละคร ‘เจน’ กับ ‘แฟร์รี่’ มีตัวตนที่ใกล้เคียงกันมาก เธอจึงได้รับเลือกเป็น ‘น้องเจน’ ในที่สุด

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

“ความน่ารักของหนูไนซ์ ได้มาจากอาโปเยอะมาก อะไรที่น่ารักๆ ในหนัง เช่น มุกยิงปืน อาโปเป็นคนทำเองหมดเลย เขามีมุมน่ารักแบบที่คิดไม่ถึงเยอะมาก แคลร์เลยหยิบยืมมาใช้ในหนูไนซ์เยอะเหมือนกันค่ะ”

\r\n\r\n

 - แคลร์ ผู้กำกับ - 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ทั้งแคลร์ นัตตี้ และเอิร์ธ เล่าตรงกันว่า ‘อาโป’ เป็นเด็กที่ตั้งใจ และมีความ Professional สูงมาก ยิ่งอาโปมีหมวกอีกใบเป็นศิลปินไอดอล เขาจึงมีวินัยมาก แต่สำหรับบท ‘หนูไนซ์’ ทีมต้องการให้อาโปทิ้งส่วนนั้นไปให้หมด เขาต้องกลายเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ  ที่ไม่ต้องเผชิญความกดดันอะไร ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องแบกรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของทั้งทีมแอ็คติ้งโค้ชและนักแสดง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

และด้วยความที่แฟลตเกิร์ลฯ เป็นหนังเรื่องแรกของอาโป เขาจึงตื่นเต้นมาก ซึ่ง ‘เอิร์ธ’ เล่าว่า จริงๆแล้ว แค่อาโปผ่อนคลายและมั่นใจว่าเขาทำได้ อาโปก็กลายเป็นหนูไนซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่นกันกับนัตตี้ ที่มองว่า อาโปเป็นหนูไนซ์แบบไร้รอยต่อ เพราะเป็นคนที่มีเสน่ห์ และมีความตลก ที่มีเซนส์คอเมดี้ดีอยู่แล้ว
\r\n 

\r\n\r\n

“เมื่อไหร่ที่อาโปปล่อยตัวสบายๆ นั่นก็คือหนูไนซ์แล้ว นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกอาโป” เอิร์ธ กล่าว

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

“แคลร์อยากจะลบภาพพระเอกของพี่บอยออกไป เพื่อที่จะให้คนดูเชื่อว่าเขาเป็น อาตอง จริงๆ” - แคลร์ ผู้กำกับ - 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

แคลร์ให้โจทย์กับทีมว่าต้องลบภาพจำพระเอกของบอย ปกรณ์ แล้วให้ผู้ชมเชื่อว่านี่คือ ‘อาตอง’ ให้ได้ ดังนั้นความเชื่อ แคลร์ นัตตี้ เอิร์ธ และพี่บอย จึงเป็นการทำงานแบบเป็นทีมมากๆ พวกเราเอามุมมองจากแต่ละคนมารวมกันเพื่อช่วยกันทำให้คาแร็กเตอร์ของอาตองออกมาดีที่สุด 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

“เราก็จะบอกพี่บอยว่าจริงๆ ธรรมชาติของพี่บอยในมุมติ๊งต๊องๆ นี่แหละ ที่เราว่ามัน connect กับอาตองได้ดี เราอยากให้เขาเอาโมเมนต์นั้นมาใช้เยอะๆ” นัตตี้ กล่าว

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

นัตตี้ยังเล่าด้วยว่า หนึ่งในสิ่งที่พี่บอยทำได้ดีมาก ในการค่อยๆ เป็นอาตองคือสิ่งที่เรียกว่า ‘หยอดประปุก’ “ที่เรียกอย่างนี้ เพราะทุกครั้งที่มีคอมเมนต์ให้พี่บอย พี่บอยจะเอาไปพัฒนา และเป็นอาตองมากขึ้นทุกๆ ครั้งที่เข้าเวิร์กชอป และอีกอย่างที่พี่บอยต้องพยายามปรับเพื่อเป็นตัวละครมากขึ้นคือ ‘ความฉลาด’ เพราะจริงๆ แล้วพี่บอยเป็นคนที่มีความคิดที่เฉียบแหลม ทำให้เขาฉลาดเกินตัวละคร อาตองเป็นคาแร็กเตอร์ที่คิดไม่ซับซ้อน และใช้วิธีง่ายๆ ในการจัดการปัญหาต่างๆ ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทีมต้องงัดออกมาให้ได้”

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

“พี่บอยพูดตลอดว่า ถ้าไม่โอเคบอกเลยนะ ถ้าอยากได้ตรงไหนอีกบอกเลยนะ เอิร์ธประทับใจมากที่ถึงแม้พี่บอยจะเล่นละครมาเยอะ แต่เขาก็แสดงให้เห็นเสมอมาว่า เขาไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว” เอิร์ธ กล่าวเสริม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\"\"

\r\n\r\n

“พอเราเห็นน้องเล่นซีนนี้ เรารู้เลยว่าน้องๆ ทั้งสองเจอแล้วว่า ฉันรักพี่แอน และฉันรักน้องเจน” - เอิร์ธ แอ็คติ้งโค้ช

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เอิร์ธ เล่าว่า เพราะทั้งสองมีการทำการบ้านเรื่องความสัมพันธ์ และการใช้เวลาร่วมกัน จนทำให้เกิด Magic ระหว่างถ่ายทำ จังหวะต่างๆ ที่เล่นในซีนจึงเป็นไปอย่างธรรมชาติ ทำให้ซีนอย่าง ‘Butterfly Kiss’ ง่ายกว่าที่คิด และยังเป็นซีนที่ทำให้เอิร์ธปักใจเชื่อว่า ทั้งสองเข้าใจตัวละครพี่แอนและน้องเจนอย่างแท้จริง 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

การลองทำ Butterfly Kiss ของทั้งคู่เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงเวิร์กชอป โดยนัตตี้เล่าว่า ได้แจกโจทย์เรื่องความใกล้ชิดให้ทั้งคู่รู้สึกถึงคำว่าโหยหา จนเกิดเป็นแรงดึงดูดระหว่างกันและกัน และ Magic Moment ก็เกิดขึ้น เมื่อนัตตี้โยนโจทย์ใหม่ไปว่า ถ้าหากมีคนนึงถอยจากความสัมพันธ์ล่ะ? เมื่อถึงจุดนี้ หนึ่งในทั้งสองถึงกับร้องไห้ ซึ่งนัตตี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเวิร์กชอปจะพาน้องทั้งสองไปได้ถึงจุดนั้น

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

“มันคือการที่เค้า connect กันจริงๆ ต้องการกันจริงๆ และรักกันจริงๆ ซึ่งโมเมนต์หลังจากนั้น ตี้ว่ามันเทียบเคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังได้ชัดเจน” นัตตี้ กล่าว

\r\n\r\n

 

\r\n